วิธีบล็อก sms โฆษณา ง่ายๆ ไม่ให้มันมากวนใจเราอีก

ผู้เขียน
วิธีบล็อก sms โฆษณา ง่ายๆ ไม่ให้มันมากวนใจเราอีก

วิธีบล็อก sms โฆษณาให้หยุดกวนใจ ไม่ได้มีแค่การลบข้อความทิ้ง แต่ควรจัดการให้ครบทั้งการบล็อกผู้ส่ง การเปิดตัวกรองสแปม และการยกเลิกสิทธิ์รับข้อความจากต้นทาง โดยเลือกวิธีตามลักษณะของ SMS ที่ได้รับ เพื่อไม่ให้เผลอบล็อกข้อความสำคัญจากธนาคารหรือผู้ให้บริการที่ยังจำเป็นต้องใช้

สรุปสั้นๆ: ถ้าเป็นโฆษณาจากผู้ส่งรายเดิม ให้บล็อกผู้ส่งก่อน ถ้าเป็นข้อความจากผู้ส่งหลายราย ให้เปิดตัวกรองสแปม และถ้ามีคำสั่งยกเลิกรับข้อความที่ตรวจสอบได้ ให้ใช้ช่องทางนั้นแทนการกดลิงก์แปลกๆ ใน SMS

แยกให้ออกก่อนว่าเป็นโฆษณาแบบไหน

การเลือกวิธีบล็อก SMS ควรเริ่มจากการดู “ต้นทาง” ไม่ใช่ดูแค่เนื้อหาว่ารำคาญหรือไม่ เพราะ SMS แต่ละประเภทถูกควบคุมคนละจุด หากจัดการผิด วิธีที่ใช้จะหยุดได้เพียงบางข้อความ หรืออาจทำให้พลาดการแจ้งเตือนที่จำเป็น

  • ส่งจากหมายเลขเดิมซ้ำๆ: เหมาะกับการบล็อกหมายเลขหรือผู้ส่งรายนั้นโดยตรง
  • ส่งจากหลายหมายเลข แต่มีลักษณะคล้ายกัน: ควรเปิดตัวกรองสแปมหรือข้อความไม่พึงประสงค์ของแอปข้อความ
  • เป็นข้อความประชาสัมพันธ์จากค่ายมือถือหรือบริการที่เคยสมัคร: ควรหาวิธียกเลิกการรับข่าวสารจากผู้ให้บริการนั้น หากข้อความมีช่องทางยกเลิกที่ชัดเจน
  • อ้างว่าเป็นธนาคาร บริษัทขนส่ง หรือหน่วยงานต่างๆ และมีลิงก์ให้กด: อย่าเพิ่งกดลิงก์หรือโทรกลับจากข้อความ ให้ตรวจสอบผ่านแอป เว็บไซต์ หรือหมายเลขทางการที่คุณเปิดหาเอง

จุดสำคัญคือ SMS โฆษณากับ SMS หลอกลวงไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป ข้อความโฆษณาอาจหยุดได้ด้วยการบล็อกหรือยกเลิกการรับ แต่ข้อความที่พยายามหลอกให้เปิดเผยข้อมูลหรือโอนเงินควรจัดเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยและต้องหลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมกับข้อความนั้น

วิธีบล็อก SMS โฆษณาจากผู้ส่งรายเดิม

ถ้าข้อความมาจากผู้ส่งคนเดิม วิธีที่ตรงที่สุดคือเปิดข้อความนั้นแล้วใช้คำสั่งบล็อกผู้ส่งหรือบล็อกหมายเลข ชื่อเมนูอาจต่างกันตามยี่ห้อมือถือ รุ่น ระบบปฏิบัติการ และแอปที่ใช้รับ SMS แต่โดยทั่วไปจะอยู่ในหน้ารายละเอียดการสนทนา หรือเมนูเพิ่มเติมของห้องข้อความ

  1. เปิดแอปข้อความและเลือกบทสนทนาที่เป็นโฆษณา
  2. แตะเมนูรายละเอียด เมนูเพิ่มเติม หรือข้อมูลของผู้ส่ง
  3. เลือกคำสั่งที่มีความหมายว่า บล็อกผู้ส่ง หรือ บล็อกหมายเลข
  4. ยืนยันการบล็อก หากระบบแสดงหน้าต่างยืนยัน
  5. ส่งข้อความทดสอบจากผู้ติดต่อรายอื่นมายังโทรศัพท์ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ปิดการแจ้งเตือน SMS ทั้งระบบโดยไม่ตั้งใจ

การบล็อกลักษณะนี้เหมาะเมื่อผู้ส่งยังใช้หมายเลขเดิม แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะหยุดข้อความจากแคมเปญเดียวกันทั้งหมด หากผู้ส่งเปลี่ยนหมายเลขหรือใช้ชื่อผู้ส่งคนละชื่อ คุณอาจยังได้รับข้อความอยู่ และต้องใช้ตัวกรองสแปมหรือยกเลิกที่ต้นทางร่วมด้วย

เปิดตัวกรองสแปม เมื่อ SMS มาจากหลายผู้ส่ง

หากบล็อกทีละหมายเลขแล้วข้อความยังเข้ามาเรื่อยๆ ให้ตรวจสอบการตั้งค่าของแอปข้อความว่ามีฟังก์ชันกรองสแปม ข้อความไม่พึงประสงค์ หรือการคัดกรองผู้ส่งที่ไม่รู้จักหรือไม่ ฟังก์ชันนี้มักช่วยแยกข้อความที่ระบบมองว่าน่าสงสัยออกจากกล่องข้อความหลัก แทนที่จะต้องไล่บล็อกทีละราย

  1. เปิดการตั้งค่าภายในแอปข้อความ ไม่ใช่เฉพาะการตั้งค่าการแจ้งเตือนของโทรศัพท์
  2. มองหาหมวดที่เกี่ยวกับสแปม ความปลอดภัย ข้อความไม่พึงประสงค์ หรือผู้ส่งที่ไม่รู้จัก
  3. เปิดตัวกรองที่มีอยู่ แล้วอ่านคำอธิบายว่าระบบจะย้ายหรือซ่อนข้อความอย่างไร
  4. ตรวจสอบโฟลเดอร์สแปมหรือข้อความที่ถูกกรองเป็นระยะในช่วงแรก

ขั้นตอนนี้มีข้อแลกเปลี่ยน: ตัวกรองอาจคัดข้อความที่คุณต้องการออกไปด้วย โดยเฉพาะข้อความจากธุรกิจที่คุณไม่เคยบันทึกชื่อไว้ ดังนั้นอย่าลบโฟลเดอร์สแปมทิ้งทันทีหลังเปิดใช้ควรตรวจสอบว่าข้อความยืนยันการเข้าสู่ระบบ การแจ้งเตือนการชำระเงิน หรือการแจ้งเตือนบริการยังมาถึงและสังเกตเห็นได้ตามปกติ

ถ้ามีคำว่า “ยกเลิกรับข้อความ” ควรทำอย่างไร

โฆษณาบางรายการอาจระบุวิธียกเลิกรับข่าวสารไว้ในเนื้อความ หากเป็นบริการที่คุณรู้จักและข้อความไม่มีสัญญาณน่าสงสัย ให้ใช้ช่องทางยกเลิกที่ระบุไว้อย่างระมัดระวัง วิธีนี้มีโอกาสหยุดข้อความจากต้นทางได้ดีกว่าการบล็อกในโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว เพราะเป็นการเปลี่ยนสถานะการรับข่าวสารของบัญชีหรือหมายเลขของคุณ

อย่างไรก็ตาม อย่าตอบกลับหรือกดลิงก์เพียงเพราะข้อความบอกให้ทำเช่นนั้น หากไม่แน่ใจว่าเป็นผู้ส่งจริง ให้เข้าแอปหรือเว็บไซต์ทางการด้วยตัวเอง แล้วค้นหาการตั้งค่าการสื่อสาร การรับข่าวสาร หรือช่องทางติดต่อเพื่อขอยกเลิก วิธีนี้ลดความเสี่ยงจากลิงก์ปลอมและเว็บไซต์ที่เลียนแบบบริการจริง

  • อย่าเปิดไฟล์แนบหรือกรอกเลขบัตร รหัสผ่าน รหัสใช้ครั้งเดียว หรือข้อมูลส่วนตัวจากลิงก์ใน SMS
  • อย่าโทรกลับหมายเลขที่ข้อความเร่งให้โทร หากยังไม่ได้ตรวจสอบว่าเป็นช่องทางทางการ
  • เก็บภาพหน้าจอ ชื่อผู้ส่ง และเวลาที่ได้รับไว้ หากต้องแจ้งปัญหากับผู้ให้บริการ

วิธีรับมือ SMS ที่เป็นข้อความหลอกลวง

ถ้า SMS แจ้งว่าคุณมีพัสดุตกค้าง บัญชีถูกระงับได้รับรางวัล หรือจำเป็นต้องยืนยันข้อมูลภายในเวลาจำกัด ให้ถือว่าเป็นข้อความที่ต้องตรวจสอบก่อน ไม่ว่าผู้ส่งจะแสดงเป็นชื่อบริษัทหรือหมายเลขที่ดูคุ้นเคยก็ตาม ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะยืนยันตัวตนของผู้ส่ง

  1. อย่ากดลิงก์ ตอบกลับ หรือให้ข้อมูลตามคำสั่งในข้อความ
  2. ตรวจสอบเรื่องนั้นผ่านช่องทางที่คุณรู้จักอยู่แล้ว เช่น แอปทางการ หรือเว็บไซต์ที่พิมพ์ที่อยู่เอง
  3. รายงานหรือทำเครื่องหมายว่าเป็นสแปมในแอปข้อความ หากมีคำสั่งดังกล่าว
  4. บล็อกผู้ส่งหลังจากเก็บหลักฐานที่จำเป็นแล้ว
  5. ถ้าเผลอกรอกข้อมูลหรือทำรายการไปแล้ว ให้ติดต่อหน่วยงานหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางทางการโดยเร็ว

อย่าตอบกลับข้อความหลอกลวงเพื่อขอให้หยุดส่ง เพราะการตอบกลับอาจยืนยันว่าหมายเลขยังมีคนใช้งาน และไม่ได้ทำให้ผู้ส่งที่ไม่น่าเชื่อถือหยุดติดต่อเสมอไป

เมื่อบล็อกแล้วแต่ SMS ยังมาต้องตรวจสอบจุดไหน

อาการ “บล็อกแล้วแต่ยังได้รับข้อความ” ไม่ได้แปลว่าฟังก์ชันเสียทันที ให้ไล่ตรวจทีละข้อเพื่อหาว่าข้อความใหม่มาจากผู้ส่งคนเดิมจริงหรือไม่

  • ตรวจชื่อหรือหมายเลขผู้ส่ง: เปรียบเทียบกับรายการที่บล็อกไว้ เพราะผู้ส่งอาจเปลี่ยนหมายเลขหรือชื่อ
  • ตรวจโฟลเดอร์สแปม: ระบบอาจไม่ได้ลบข้อความ แต่ย้ายไปอยู่ในหมวดอื่น หากยังมีการแจ้งเตือน ให้ดูการตั้งค่าการแจ้งเตือนของหมวดนั้นด้วย
  • ตรวจว่าใช้แอปข้อความใดเป็นแอปหลัก: หากมีหลายแอปที่รับหรือจัดการ SMS การบล็อกในแอปหนึ่งอาจไม่ครอบคลุมอีกแอป
  • รีสตาร์ตเครื่องและตรวจการอัปเดต: ทำหลังเปลี่ยนการตั้งค่า เพื่อดูว่าการตั้งค่าถูกบันทึกและระบบทำงานตามปกติ
  • ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่าย: หากเป็นข้อความประชาสัมพันธ์จากบริการของค่าย หรือยังได้รับซ้ำแม้ยกเลิกผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ ให้แจ้งรายละเอียดและขอให้ตรวจสอบสิทธิ์การรับข้อความ

หลังตั้งค่าแล้ว ให้รอดูผลจากข้อความถัดไปแทนการส่งข้อความทดลองกลับไปหาผู้ส่งที่ไม่รู้จัก จุดตรวจสอบที่ดีคือไม่มีการแจ้งเตือนจากผู้ส่งรายเดิมในกล่องหลัก และข้อความที่จำเป็นยังเข้าถึงได้ตามปกติ

ตั้งค่าอย่างไรไม่ให้บล็อกข้อความสำคัญเกินไป

การแก้ปัญหาที่ดีไม่ใช่การปิดกั้น SMS ทุกประเภท แต่คือการแยกข้อความที่ไม่ต้องการออกจากข้อความที่จำเป็นใช้การบล็อกเฉพาะผู้ส่งที่รบกวน เปิดตัวกรองสำหรับผู้ส่งน่าสงสัย และยกเลิกการรับข่าวสารที่ไม่ต้องการจากต้นทางเมื่อทำได้

ก่อนกดยืนยันการบล็อก ให้ถามตัวเองว่าผู้ส่งรายนั้นเคยใช้ส่งรหัสยืนยัน การแจ้งเตือนธุรกรรม นัดหมาย หรือสถานะบริการที่คุณยังใช้อยู่หรือไม่ หากคำตอบคือใช่ การปิดเฉพาะการตลาดหรือปรับช่องทางการแจ้งเตือนอาจเหมาะกว่าการบล็อกทั้งหมด แต่ถ้าเป็นข้อความที่คุณไม่เคยสมัคร ไม่รู้จักผู้ส่ง และมีลิงก์เร่งให้ดำเนินการ การไม่โต้ตอบ รายงาน และบล็อกคือแนวทางที่ปลอดภัยกว่า

ลำดับที่ควรทำเพื่อให้ SMS โฆษณาหายจริง

สำหรับคนที่ต้องการทำให้เสร็จโดยไม่เสียเวลาลองผิดลองถูก ให้ใช้ลำดับนี้: ระบุผู้ส่งก่อน จากนั้นบล็อกหมายเลขหรือชื่อผู้ส่ง เปิดตัวกรองสแปม และตรวจสอบช่องทางยกเลิกจากบริการต้นทางเมื่อมั่นใจว่าเป็นของจริง หากข้อความมีลักษณะหลอกลวง ให้ข้ามการตอบกลับและการกดลิงก์ แล้วเก็บหลักฐานเพื่อรายงานแทน

เมื่อทำครบแล้ว ให้ตรวจสอบผลสองเรื่องได้แก่ SMS จากผู้ส่งที่รบกวนไม่แสดงเป็นการแจ้งเตือนตามปกติ และข้อความสำคัญจากบริการที่คุณใช้งานยังไม่ถูกซ่อนจนหาไม่เจอ หากพบว่าข้อความสำคัญหายไป ให้เปิดรายการสแปม ตรวจสอบผู้ส่งที่ถูกบล็อก และยกเลิกเฉพาะกฎที่ตั้งกว้างเกินไป แทนการปิดระบบกรองทั้งหมด